บทที่
4
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงาน
ความหมายของความประสิทธิผลและความมีประสิทธิภาพ
ในพจนานุกรมให้ความหมายประสิทธิผล ว่า ปฏิบัติตนได้ตามเป้าหมาย
ได้ตามตั้งใจ หรือที่คาดหวังไว้ ส่วนประสิทธิภาพ ได้นิยามว่า ข้อเท็จจริงหรือคุณภาพในประสิทธิภาพ
ขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน อัตราส่วนงานที่ทำหรือพลังเครื่องจักร เครื่องกลได้พัฒนาขึ้น
เมื่อเทียบกับพลังงานที่ส่งเข้าไป
วูส กล่าวว่า ความมีประสิทธิผล นอกจากหมายถึง
ความคล่องแคล่ว ชำนาญ แล้ว ยังนิยามไว้ว่า เป็นผลลัพธ์ที่ได้รับอย่างดีก็คือ ผลิตภัณฑ์ได้คุณภาพ
ในวิธีที่ดีที่สุด ที่สั่นที่สุด ประสิทธิผลต้นทุนที่ดีที่สุด
ส่วนคำว่า ความมีประสิทธิภาพ เป็นคุณภาพงาน
ความน่าเชื่อถือ ความพึงพอใจของลูกค้า ความรับผิดชอบ ลักษณะรูปทรงงดงาม ความสะอาด ความสะดวก
ความสบาย การสื่อสาร ความสุภาพอ่อนโยน ความมีสมรรถนะ ความมีพร้อม ความยืดหยุ่น ยืดหยุ่นด้านปริมาณ
ยืดหยุ่นด้านความรวดเร็วในการส่งมอบ ทำตามที่ลูกค้าประสงค์
การสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน
1. การลดต้นทุนคุณภาพ
ไม่ว่าองค์กรจะทำอะไรล้วนต้องจ่ายเงิน การผลิตสินค้าสักชิ้น เขียนใบกำกับสินค้า
ซ่อมแซมเครื่องจักร การบริหารงานอย่างชาญฉลาดต้องใช้เงินเป็น ถุญแจสำคัญที่ช่วยให้องค์การบรรลุเป้าหมายคือ
1.1 ต้นทุนคุณภาพ
เป็นตันทุนที่ทำให้มั่นใจ ว่าลูกค้าได้รับสินค้าหรือบริการคุณภาพสูง ในองค์กรจำนวนมากต้นทุนดำเนินงานส่วนมาก
ใช้ในการทำผิดพลาด ซ่อมแซมงาน ทำงานซ้ำจ่ายค่าประกัน จ่ายเงินคืนลูกค้า
1.2 การวิเคราะห์ต้องทุนคุณภาพ
จะช่วยให้เห็นว่า มีต้นทุนสำคัญมากมายซ่อนอยู่ ต้นทุนที่มองไม่เห็น เช่นความบกพร่อง
การทำซ้ำ การตรวจสอบ ส่วนต้นทุนที่มองไม่เห็น เช่น ต้นทุนส่งมอบเร่งรีบ เสียเวลาเนื่องจากอุบัติเหตุ
การเขียนการสั่งงานซ้ำ การอบรมซ้ำ
ต้นทุนป้องกัน
ออกแบบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคุณภาพที่ไม่ดีหรือบริการที่บกพร่อง
ตัวอย่าง เช่น การวางแผนคุณภาพ การประชุมทีมปรับปรุงคุณภาพ
ต้นทุนการประเมิน
คือต้นทุนที่เกี่ยวกับการตรวจวัด การประเมินผล
การประเมินการส่งมอบบริการ เช่น การตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าและบริการ การทดสอบบริการ
การตรวจประเมินบริการ การวัดขีดความสามารถของกระบวนการ
ต้นทุนล้มเหลว
เป็นต้นทุนที่เกิดจากการทำงานไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด
หรือความต้องการของลูกค้า
ต้นทุนล้มเหลวแบ่งเป็นสองอย่าง
1.1 ต้นทุนล้มเหลวภายใน
เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบบริการหรือการติดตั้งให้บริการแก่ลูกค้า
ตัวอย่าง เช่น การแก้แบบ การทำงานซ้ำ การตรวจสอบซ้ำ
การทบทวน
1.2 ต้นทุนล้มเหลวภายนอก
การส่งมอบบริการ ตัวอย่าง เช่น การจ่ายค่าประกันการให้บริการแก่ลูกค้า
การจ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆตามกฎหมาย
2. การลดความสูญเปล่า
แบ่งออกเป็น 7 ประเภท
1. ผลิตมากเกินไป
คือการเก็บของจำนวนมากมากเกินไป การใช้แรงงานมากขึ้น การใช้เงินมากขึ้น เสียเวลาใน การทำงาน
เปลืองเนื้อที่จัดเก็บ เสี่ยงต่อการตกรุ่น
2. ผลิตบกพร่อง/แก้ไขงาน คือการต้องทำงานใหม่ การแก้งาน เช่น หนังสือที่พิมพ์ผิด นอกจากจะเสียเวลา
ยัง เสียกระดาษ หมึกพิมพ์ ยังทำให้ลูกค้าไม่ประทับใจด้วย
3. เวลารอคอย/ความล่าช้า คือการต้องรอคน รองาน นับเป็นการเสียโอกาส แทนที่จะได้งานกลับต้องรออยู่ เฉย
4. สินค้าคงคลังมากเกินไป/งานอยู่ระหว่างการผลิต คือ บริษัทสะสมงานไว้มากเกินไป เป็นการเสียพื้นที่ เสีย วัตถุดิบ
เสียเวลาการผลิต
5. การขนของ
คือ การสิ่งของจากรถใหญ่ไปรถเล็ก การส่งต่อหลายทอด ทำให้เกิดความสูญเสีย
6. กระบวนการที่ขาดประสิทธิภาพ
คือ คือการบกพร่องกับงาน เช่น การออกแบบถังพลาสติกให้ประกอบห้าหกชิ้น แทนที่จะสองสามชิ้น
ย่อมเกินความจำเป็น
7. การเคลื่อนไหว-การกระทำที่ไม่จำเป็น คือ การเคลื่อนไหวที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ทำให้เกิดการสูญเปล่า
ทำให้เสียเวลาเสียทรัพยากรอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น